Episode 1 :ตามหาเป้าหมาย

July 11, 2008

คำเตือน : เนื้อหาตอนนี้เป็น เสมือน การทดในใจ อ่านแล้วรำคาญ โปรดเข้าใจ

หลังจากที่ผมได้สมัคร Blog นี้มานาน(โคตรๆ) วันนี้จะเป็นวันแรกที่ผมได้เขียนซะที
(แล้วก็แอบหวังว่าจะได้เขียนไปเรื่อยๆ) แต่พอขณะที่ผมเขียนอยู่ ผมก็ undo เรื่อยๆ เพราะ กังวลเรื่องต้องมีคนอื่นมาอ่าน *0*แล้ว ผมก็คิดได้ว่า “เอาก็เอาวะ ลองเขียนดูก็ได้”และก็ค้นพบว่า ไอการ ที่ จะ บรรยาย ความรู้สึก ของเราแล้วสื่อ ลงใน Blog นี่มันยากเหมือนกัน เพราะ มันต้องอ่านรู้เรื่องและน่าอ่าน แล้วก็ เป็นตัวเราจริงๆ (ไอเxี้ย เอ๊ย แม่งยากว่ะ) แต่ก็เอาเถอะ ที่บ่นมาทั้งหมดไม่ใช่สาระของวันนี้

ตอนนี้ ชีวิตของผมตอนนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะพอดู ไม่ว่าจะเป็น

  • เริ่มชินกับการกดปุ่มเปลี่ยนภาษา ด้วย alt+shift (มันเปลี่ยนชีวิตจิงๆนะเอ๊า)
  • เริ่ม ไม่ใช้ window หลายๆวันติดกัน ( ubuntuพังตอนไหนค่อยได้ใช้ window )
  • เริ่มอ่าน Feed(บ้าง) และเล่น Podcast
  • ซื้อหนังสือจิตวิทยาชื่อ “คู่มือสะกดใจคน” (ซึ่งทุกคนเห็นแล้วต้องหยิบขึ้นมาอ่านแล้วถามว่าจะไปสะกดใจใคร – -’)
  • เริ่มให้เวลากับการเรียนน้อยลง(มากๆ) แต่ให้เวลากับ การทำเกือบทุกอย่างที่ไม่ใช่การเรียนมากขึ้น

ซึ่งที่ผมเริ่มเปลี่ยนไป เพราะผมเริ่มคิดเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง “ถ้ากูเรียนจบ แล้วไง ต่อวะ “

อืมม มาลองคิดเล่นๆดีกว่า จบมาแล้วทำไรต่อดี

  1. แผน A :เรียนจบ -> หางานทำที่ บ. ดีๆ -> หาเมียคนนึง ->ทำงาน บ. เรื่อยๆจนกว่าจะเกษียณ ->ใช้ชีวิตตอนเกษียณให้คุ้ม -> happy ever after
  2. แผน B :เรียนจบ -> เรียนต่อโท (ขี้เกียจทำงาน) -> หางานทำที่ บ. ดีๆ -> หาเมียคนนึง ->ทำงาน บ. เรื่อยๆจนกว่าจะเกษียณ ->ใช้ชีวิตตอนเกษียณให้คุ้ม -> Happy ever after
  3. แผน C :เรียนจบ -> หางานทำที่ บ. ดีๆ -> ลาออกซะ มาทำอะไรซักอย่าง -> ทำไรดีหว่าคิดไม่ออก งั้นหาเมียดีกว่า -> ถ้ายังคิดไม่ออกอีก ก็หา บ. ทำงานต่อ -> อ่านเวร เหมือน แผน A ซะงั้น
  4. แผน D :เรียนจบ -> ไม่ทำงาน หาอะไรทำเอง ->หาเมียคนนึง(ท่าทางทุกๆแผนขาดอันนี้ไม่ได้) -> เกษียณตัวเองให้ได้และใช้ชีวิตให้คุ้ม -> Happy ever after

ผมเลยสรุปได้ว่า ณ ตอนนี้ ถ้าผมเรียนจบทุกๆแผน(ยกเว้นแผน D)ของผมจะเป็น การทำงาน บ. อะ เรามาวิเคราะห์กันเล็กๆดีกว่า ว่าทำงาน บ. มันดีหรือไม่ดียังไง

จากการฟังหรือสังเกตมาหลายๆคนไม่ว่าจะเป็น พี่ โน๊ต พี่เบิร์ด พี่เลน(พี่สาวกุเอง) ปาป้า(คุณพ่อ) อ.เขม Amway และหลายๆคน พบว่า

  1. การทำงาน บ. เป็นงานที่ พ่อผม เอาไปโม้ได้ ถ้า บ. ดังพอ (พ่อผมจึงชอบ Heineken และ Isuzu)
  2. การทำงาน บ. เป็นงานที่สามารถไต่เต้าได้ และมีความเสี่ยงต่ำ เพราะได้เงินประจำทุกๆเดือน แถมมี Bonus อีกต่างหาก
  3. แต่การทำงาน บ. ก็เป็นงานที่ดูดพลังชีวิตเหมือนกัน (จาก พฤติกรรมพี่เลน และพี่ๆคนอื่นเล่ามา)
  4. การทำงานคอม บ. Field Technical ในเมืองไทย ทำยังงั๊ย ยังไง เงินไม่เกิน 100k นอกจากเราจะเปลี่ยนตัวเองไปทำงาน ฝ่าย บริหาร(According to pop เลือก hitachi)
  5. การทำงานสายคอม ได้เงินเยอะจริง แต่ บ. ก็ใช้เราซะคุ้มกับเงินที่เค้าให้ไป

ตอนนี้ผมคิดออก แค่ 5 ข้อ และผมก็ไม่รู้ว่าทุกข้อ จริงเท็จอย่างไร(ยกเว้นข้อ1) แต่ถ้าแค่ 5 ข้อที่เขียนมาเป็นจริง ผมก็คิดว่า ผมคงเศร้าชีวิตแล้วครับ เพราะมันดูเหนื่อยมากๆ(และมากๆ) และไม่คุ้มค่ากับแรงสมองที่เราเสียไป แล้วตอนจบมันจะ Happy ever after จริงหรือ

แต่เดี๋ยวก่อน แผน C ถ้ามันคิดออกว่าจะทำอะไร ก็น่าจะ Work นี่ แต่ผมคิดว่า ถ้าเราทำงานหนักมาก พอทำงานเสร็จ ก็เหนื่อย มีวันหยุดก็อยากพักผ่อน พักผ่อนเสร็จก็ทำงาน ต่อ ชีวิตจะออกจาก loop ได้ไง(จาก พฤติกรรมหลายๆคน)

งั้น แผน D ล่ะ น่าจะดีที่สุดนี่ น่าจะสบาย แต่ ตอนนี้ผม ปี 3 แล้ว ยังเกิด ซัก iDea เล็กๆเลยว่าจะทำไรดี แล้วตอนเราจบมาจะคิด ออกจริงหรือ หรือ เราจบมาแล้ว จะคุ้มเสี่ยงหรอ ถ้าจะทำตามแผนนั้น….

ที่ชีวิตผม มันดูเศร้าโคตรตอนนี้ เพราะ เหมือนผม ตั้งแต่ตอนเด็ก จนเกือบปัจจุบัน ถูกสภาพแวดล้อมทำให้คิดว่า แผน A เนี่ยน่าจะเป็นแผนที่ดี แต่พอมาตอนนี้แล้ว กับรู้สึกเป็นแผนที่แย่เอาซะมากเลยๆ มันดูไม่น่าจะเป็นเป้าหมายในชีวิตสำหรับผมได้ ชีวิตผมตอนนี้เลยหาเป้าหมายที่ชัดเจนไม่ได้….

จากการที่เศร้าโคตร ตอนนี้ผมจึงเริ่มตามหาเป้าหมายในชีวิตต่อไป ว่าทำอะไรดี ถึงจะทำให้ชีวิตผมดีขึ้น (เริ่มจากการ อ่าน feed เลียนแบบ iVan ก่อน)

แล้วคุณล่ะครับ มีเป้าหมายในชีวิตรึยัง

ps1 :พึ่งสังเกตว่าชื่อ entry อ่านว่า ตา-มหา-เป้าหมาย ก็ได้ ภาษาไทยนี่มันกำกวมดีจริงๆ

ps2 :ถึงแม้ผมจะบอกว่าชีวิตผมดูเศร้าโคตร แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าเลย คงเพราะ เธออะ มั้ง ^^

ps3 : ทำยังไงถึงจะจัด ให้มันน่าอ่านฟะ