คำเตือน : เนื้อหาตอนนี้เป็น เสมือน การทดในใจ อ่านแล้วรำคาญ โปรดเข้าใจ
หลังจากที่ผมได้สมัคร Blog นี้มานาน(โคตรๆ) วันนี้จะเป็นวันแรกที่ผมได้เขียนซะที
(แล้วก็แอบหวังว่าจะได้เขียนไปเรื่อยๆ) แต่พอขณะที่ผมเขียนอยู่ ผมก็ undo เรื่อยๆ เพราะ กังวลเรื่องต้องมีคนอื่นมาอ่าน *0*แล้ว ผมก็คิดได้ว่า “เอาก็เอาวะ ลองเขียนดูก็ได้”และก็ค้นพบว่า ไอการ ที่ จะ บรรยาย ความรู้สึก ของเราแล้วสื่อ ลงใน Blog นี่มันยากเหมือนกัน เพราะ มันต้องอ่านรู้เรื่องและน่าอ่าน แล้วก็ เป็นตัวเราจริงๆ (ไอเxี้ย เอ๊ย แม่งยากว่ะ) แต่ก็เอาเถอะ ที่บ่นมาทั้งหมดไม่ใช่สาระของวันนี้
ตอนนี้ ชีวิตของผมตอนนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะพอดู ไม่ว่าจะเป็น
- เริ่มชินกับการกดปุ่มเปลี่ยนภาษา ด้วย alt+shift (มันเปลี่ยนชีวิตจิงๆนะเอ๊า)
- เริ่ม ไม่ใช้ window หลายๆวันติดกัน ( ubuntuพังตอนไหนค่อยได้ใช้ window )
- เริ่มอ่าน Feed(บ้าง) และเล่น Podcast
- ซื้อหนังสือจิตวิทยาชื่อ “คู่มือสะกดใจคน” (ซึ่งทุกคนเห็นแล้วต้องหยิบขึ้นมาอ่านแล้วถามว่าจะไปสะกดใจใคร – -’)
- เริ่มให้เวลากับการเรียนน้อยลง(มากๆ) แต่ให้เวลากับ การทำเกือบทุกอย่างที่ไม่ใช่การเรียนมากขึ้น
ซึ่งที่ผมเริ่มเปลี่ยนไป เพราะผมเริ่มคิดเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง “ถ้ากูเรียนจบ แล้วไง ต่อวะ “
อืมม มาลองคิดเล่นๆดีกว่า จบมาแล้วทำไรต่อดี
- แผน A :เรียนจบ -> หางานทำที่ บ. ดีๆ -> หาเมียคนนึง ->ทำงาน บ. เรื่อยๆจนกว่าจะเกษียณ ->ใช้ชีวิตตอนเกษียณให้คุ้ม -> happy ever after
- แผน B :เรียนจบ -> เรียนต่อโท (ขี้เกียจทำงาน) -> หางานทำที่ บ. ดีๆ -> หาเมียคนนึง ->ทำงาน บ. เรื่อยๆจนกว่าจะเกษียณ ->ใช้ชีวิตตอนเกษียณให้คุ้ม -> Happy ever after
- แผน C :เรียนจบ -> หางานทำที่ บ. ดีๆ -> ลาออกซะ มาทำอะไรซักอย่าง -> ทำไรดีหว่าคิดไม่ออก งั้นหาเมียดีกว่า -> ถ้ายังคิดไม่ออกอีก ก็หา บ. ทำงานต่อ -> อ่านเวร เหมือน แผน A ซะงั้น
- แผน D :เรียนจบ -> ไม่ทำงาน หาอะไรทำเอง ->หาเมียคนนึง(ท่าทางทุกๆแผนขาดอันนี้ไม่ได้) -> เกษียณตัวเองให้ได้และใช้ชีวิตให้คุ้ม -> Happy ever after
ผมเลยสรุปได้ว่า ณ ตอนนี้ ถ้าผมเรียนจบทุกๆแผน(ยกเว้นแผน D)ของผมจะเป็น การทำงาน บ. อะ เรามาวิเคราะห์กันเล็กๆดีกว่า ว่าทำงาน บ. มันดีหรือไม่ดียังไง
จากการฟังหรือสังเกตมาหลายๆคนไม่ว่าจะเป็น พี่ โน๊ต พี่เบิร์ด พี่เลน(พี่สาวกุเอง) ปาป้า(คุณพ่อ) อ.เขม Amway และหลายๆคน พบว่า
- การทำงาน บ. เป็นงานที่ พ่อผม เอาไปโม้ได้ ถ้า บ. ดังพอ (พ่อผมจึงชอบ Heineken และ Isuzu)
- การทำงาน บ. เป็นงานที่สามารถไต่เต้าได้ และมีความเสี่ยงต่ำ เพราะได้เงินประจำทุกๆเดือน แถมมี Bonus อีกต่างหาก
- แต่การทำงาน บ. ก็เป็นงานที่ดูดพลังชีวิตเหมือนกัน (จาก พฤติกรรมพี่เลน และพี่ๆคนอื่นเล่ามา)
- การทำงานคอม บ. Field Technical ในเมืองไทย ทำยังงั๊ย ยังไง เงินไม่เกิน 100k นอกจากเราจะเปลี่ยนตัวเองไปทำงาน ฝ่าย บริหาร(According to pop เลือก hitachi)
- การทำงานสายคอม ได้เงินเยอะจริง แต่ บ. ก็ใช้เราซะคุ้มกับเงินที่เค้าให้ไป
ตอนนี้ผมคิดออก แค่ 5 ข้อ และผมก็ไม่รู้ว่าทุกข้อ จริงเท็จอย่างไร(ยกเว้นข้อ1) แต่ถ้าแค่ 5 ข้อที่เขียนมาเป็นจริง ผมก็คิดว่า ผมคงเศร้าชีวิตแล้วครับ เพราะมันดูเหนื่อยมากๆ(และมากๆ) และไม่คุ้มค่ากับแรงสมองที่เราเสียไป แล้วตอนจบมันจะ Happy ever after จริงหรือ
แต่เดี๋ยวก่อน แผน C ถ้ามันคิดออกว่าจะทำอะไร ก็น่าจะ Work นี่ แต่ผมคิดว่า ถ้าเราทำงานหนักมาก พอทำงานเสร็จ ก็เหนื่อย มีวันหยุดก็อยากพักผ่อน พักผ่อนเสร็จก็ทำงาน ต่อ ชีวิตจะออกจาก loop ได้ไง(จาก พฤติกรรมหลายๆคน)
งั้น แผน D ล่ะ น่าจะดีที่สุดนี่ น่าจะสบาย แต่ ตอนนี้ผม ปี 3 แล้ว ยังเกิด ซัก iDea เล็กๆเลยว่าจะทำไรดี แล้วตอนเราจบมาจะคิด ออกจริงหรือ หรือ เราจบมาแล้ว จะคุ้มเสี่ยงหรอ ถ้าจะทำตามแผนนั้น….
ที่ชีวิตผม มันดูเศร้าโคตรตอนนี้ เพราะ เหมือนผม ตั้งแต่ตอนเด็ก จนเกือบปัจจุบัน ถูกสภาพแวดล้อมทำให้คิดว่า แผน A เนี่ยน่าจะเป็นแผนที่ดี แต่พอมาตอนนี้แล้ว กับรู้สึกเป็นแผนที่แย่เอาซะมากเลยๆ มันดูไม่น่าจะเป็นเป้าหมายในชีวิตสำหรับผมได้ ชีวิตผมตอนนี้เลยหาเป้าหมายที่ชัดเจนไม่ได้….
จากการที่เศร้าโคตร ตอนนี้ผมจึงเริ่มตามหาเป้าหมายในชีวิตต่อไป ว่าทำอะไรดี ถึงจะทำให้ชีวิตผมดีขึ้น (เริ่มจากการ อ่าน feed เลียนแบบ iVan ก่อน)
แล้วคุณล่ะครับ มีเป้าหมายในชีวิตรึยัง
ps1 :พึ่งสังเกตว่าชื่อ entry อ่านว่า ตา-มหา-เป้าหมาย ก็ได้ ภาษาไทยนี่มันกำกวมดีจริงๆ
ps2 :ถึงแม้ผมจะบอกว่าชีวิตผมดูเศร้าโคตร แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าเลย คงเพราะ เธออะ มั้ง ^^
ps3 : ทำยังไงถึงจะจัด ให้มันน่าอ่านฟะ
Posted by npop